Category: Article

‘จุนโนะ’ แห่งวง คัตตุน (KAT-TUN) นำทีมซุปตาร์แดนปลาดิบเยือนไทย! เปิดตัวการร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์แห่งวงการโทรทัศน์ไทย-ญี่ปุ่น ‘J Series Festival’

Here to Stay “พวกเขาจะอยู่ต่อไป” บทวิเคราะห์วง KAT-TUN จากนิตยสารบนสายการบิน Singapore Airlines ล่าสุด

Here to Stay
“พวกเขาจะอยู่ต่อไป”

แม้ว่าจะมีการสับเปลี่ยนเรียงแถวใหม่ บอยแบนด์ญี่ปุ่น KAT-TUN ก็รักษาสถานะซุปเปอร์สตาร์เอาไว้ได้ด้วยอัลบั้มใหม่ที่สร้างสถิติใหม่ คัมเฮียร์

บทความโดย Georgina Yates

ซัมเมอร์นี้ ออริกอนชาร์ตของญี่ปุ่นได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า บอยแบนด์ KAT-TUN ได้กลายเป็นศิลปินญี่ปุ่นรายแรกที่ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตอัลบั้มประจำสัปดาห์ติดต่อกันจากเดบิวถึง 8 อัลบั้ม ผลงานอันน่าประทับใจนี้ได้รับในเดือนมิถุนายนพร้อมการปล่อยอัลบั้มล่าสุด – และพูดได้ว่าดีที่สุด – ชุด คัมเฮียร์

KAT-TUN เข้าวงการในปี 2001 ในฐานะวง 6 คน แต่เมมเบอร์ก็ได้ออกไปแล้ว 2 คน คนที่ออกไปคนล่าสุดคือ แบดบอย ทานากะ โคคิ ซึ่งถูกไล่ออกทันทีโดยเอเจนซี่ของวง Johnny & Associates เนื่องจาก “การฝ่าฝืนกฎของบริษัทซ้ำแล้วซ้ำอีก” อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็ยังรักหนุ่มร้ายๆ และมีแฟนมากมายที่เป็นห่วงว่าผลงานแรกจากวงที่มี 4 คนนี้จะขาดความเฉียบคมไปประมาณนึง อย่างไรก็ตามความกลัวของพวกเขาได้สงบลงหลังจากนั้นไม่นาน

KAT-TUN เดินตามแนวทางของตัวเองมาตลอด แตกต่างจากเพื่อนร่วมค่าย Johnny & Associates อย่าง Hey! Say! JUMP และ Sexyzone พวกเขาไม่ได้ค่อยๆโด่งดังขึ้นมาแบบปกติทั่วไป หนุ่มๆใช้เวลา 5 ปีแสดงสดด้วยกันทางรายการทีวีและคอนเสิร์ต จนกระทั่งปี 2006 เมื่อในที่สุดพวกเขาก็ได้ปล่อยซิงเกิ้ลเดบิว Real Face แฟนๆนั้นพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมจนเพลงสนุกนำด้วยเสียงกีต้าร์เพลงนี้ทำลายสถิติโอริกอนและขายไปมากกว่าล้านแผ่น

ความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึงของวงดำเนินต่อไปแม้ว่าหลังจากการลาออกอย่างถาวรของ อาคานิชิ จิน ในปี 2010 เพื่อไปเป็นศิลปินเดี่ยว – ซึ่งเป็นความจริงว่ามีผลยิ่งใหญ่กว่าตอนทานากะออกไปแบบดราม่าเสียอีก บางทีระยะเวลานานในการเตรียมการในช่วงต้นก่อนเดบิวของวงได้หล่อหลอมให้พวกเขาสามารถอยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงดังกล่าวมาได้

มีหลักฐานชัดเจนจาก คัมเฮียร์ ว่า KAT-TUN เป็นวงที่ยังคงรู้จักแนวทางของพวกเขาและยังคงเข้าใจแฟนเพลงของพวกเขาเป็นอย่างดี

ความน่าสนใจส่วนใหญ่ของ คัมเฮียร์ อยู่ที่ว่าอัลบั้มได้โชว์ความสามารถของวงในการร็อคโดยไม่ได้ละเลยความรู้สึกทางด้านป๊อปอย่างสิ้นเชิง แทร็คที่หนักแน่น อย่าง เพลงจังหวะหนัก Expose และเพลงเร้าใจ Triangle ถูกอัดเข้ามาเพื่อให้คุณมันส์จนแทบจะชกลม ในขณะที่เพลงไทเทิ้ล คัมเฮียร์และเพลงฮิต Face to Face เป็นการทดลองกับแนวอิเล็คโทรป๊อปที่ค่อยๆซึมซับให้อัลบั้มมีกลิ่นอายลึกลับ

อัลบั้มชุดที่ 8 ของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงฝีมือ ความสง่างาม และ ความระแวดระวังที่มักถูกแสดงให้เห็นเฉพาะศิลปินนักร้องที่เป็นผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น

คัมเฮียร์ ได้ชัยชนะในการกำจัดความกังวลที่ฐานแฟนของ KAT-TUN อาจจะมีเกี่ยวกับอนาคตของวง พวกเขากำลังอยู่ในช่วงกลางของทัวทั่วประเทศ KAT-TUN Live Tour 2014 คัมเฮียร์ – ทัวร์แรกตั้งแต่กลายเป็นวง 4 คน – และจะมีคอน 3 วันที่ Yoyogi National Gymnasium เดือนนี้ ก่อนที่จะปิดท้ายที่ Kyocera Dome ในโอซาก้า ช่วงนิวเยียร์สอีฟ

ด้วยทัวร์ใหม่ อัลบั้มใหม่ และจำนวนสมาชิกใหม่ มันอาจจะดูเหมือนว่า KAT-TUN ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่มีข้อหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไป : ความสามารถยอดเยี่ยมทางดนตรีของพวกเขายังไม่ได้ลดน้อยลงเลย

Source : SilverKris (Singapore Airlines inflight magazine): September 2014

Thanks to article pic by ktpopcorn!
Thanks to redina for transcribing!

ตามรอยฮิโรโตะ-นาโอะ ละคร Tatta Hitotsu no Koi (Just One Love) ที่โยโกฮาม่า

ไม่ว่าแฟนละครคาเมนาชิ ชาติไหน ภาษาไหน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มาญี่ปุ่น ทริปตามรอยฮิโรโตะ-นาโอะ  คู่พระนางในละคร Tatta Hitotsu no Koi หรือ Just One Love เป็นอะไรที่”ห้ามพลาด”    เนื่องจากเดอะแก๊งก็ได้เดินทางไปดูคอนเสิร์ต KAT-TUN LIVE TOUR 2012 CHAIN จึงได้จัดวันว่างไปตามรอยผู้ชายที่เลิฟกัน

Tatta Hitotsu no Koi (Just One Love) เป็นละครรักโรแมนติกปี 2006 เป็นเรื่องของ “ฮิโรโตะ” (คาเมนาชิ คาซึยะ แห่ง KAT-TUN) และ “นาโอะ” (อายาเสะ ฮารุกะ) หนุ่มสาวที่ต้องฝ่าฟันความรักในวัย 20 ปี  กับความแตกต่างทางชนชั้นฐานะ   ที่ซาบซึ้งสร้างความประทับใจให้แฟนละคร  เรื่องทั้งเรื่องถ่ายทำโดยเป็นเมือง “โยโกฮาม่า” เป็นฉากหลัง

มุ่งหน้าสู่โยโกฮาม่า

แผนที่โยโกฮาม่า คลิก

การเดินทางไปโยโกฮาม่าจากโตเกียวทำได้ง่าย  โดยขึ้นรถไฟ JR Shonan-Shinjuku Line ไปลง Yokohama Station ใช้เวลาประมาณ 30 นาที  เมื่อถึง Yokohama Station ขึ้นรถไฟท้องถิ่น Minatomirai Line ไปลงป้าย Minatomirai ใช้เวลาไม่นาน

เมื่อขึ้นจาก Minatomirai Station ให้ออกทาง Queen’s Square Exit  ก็จะออกมาย่าน Minato Mirai ซึ่งมีการถ่ายฉากสำคัญในละครหลายฉาก  ซึ่งสามารถเดินถึงได้ทั้งหมด (จากแผนที่ ตำแหน่ง 1-5)  ออกมาให้พยายามมาฝั่งริมน้ำ  ก็จะได้กรี๊ดกับสถานที่แรกกันเลย

1. ชิงช้าสวรรค์ที่ Yokohama Cosmoworld

พิกัด : ตั้งอยู่ใกล้ๆ Queen’s Square

ฉากในละคร : ฉากหลังในซีนฮิโรโตะกับนาโอะจูบกันครั้ง

Yokohama Cosmosworld สวนสนุกเล็กๆแต่มีชิงช้าสวรรค์ที่เป็นหนึ่งใน landmark ของเมืองโยโกฮาม่าก็ว่าได้  เจอง่ายที่สุด (เพราะมองจากมุมไหนในใจกลางเมืองโยโกฮาม่าก็เห็น)  แต่หากต้องการตำแหน่งที่ฮิโรโตะยืนคงต้องไปอีกฝั่งหนึ่งของอ่าว ให้สังเกตตำแหน่งของตึก Intercontinental Yokohama Grand ที่อยู่ข้างๆตำแหน่งนี้เป็นซีนสร้างความอิจฉาตาร้อน  น้องในทริปบอกว่าที่ฮิโรโตะจุ๊บไปทีนึงแล้วนาโอะบอกว่าให้จูบใหม่ดีๆ  บอกว่า “หนอย ได้คืบจะเอาศอก” (เป็นงั้นไป 555)

เป้าหมายถัดไปจะมุ่งหน้าสู่ Yokahama Red Brick Warehouse และบริเวณท่าเรือ ที่ค้นมาแล้วว่าใช่ฉากในละคร   ระหว่างเดินข้ามสะพานแล้วเรียบตึก Yokohama World Porters  ตรงนั้นเอง memory ในสมองก็ทำงานว่ามันเคยเห็นมาแล้ว   ซึ่งก็กลายเป็นว่าเจอฉากอวสานโดยบังเอิญ

2. สี่แยกแถวตึก Navios Yokohama

พิกัด : หลัง Yokohama World Porters เดินตรงมาสี่แยก จะมองไปเห็นตึก Navios Yokohama

ฉากในละคร : ฉากอวสานฮิโรโตะวิ่งตามรถบัสนาโอะ เรียกให้หยุดแล้วขอเริ่มต้นใหม่+ขอแต่งงาน

จุดที่ยืนขอแต่งงานจะอยู่บริเวณใกล้ตึก Navios Yokohama (ในแผนที่แสดงไว้)  จากนั้นพวกเราก็เดินตรงไปโกดังอิฐแดงที่เห็นได้จากระยะไกล   เมื่อมาถึงโกดัง ก็ได้อ้อมไปฝั่งสวน Aka-Renga Park

3. Aka-Renga Park

พิกัด : ข้างๆ Red Brick Warehouse

ฉากในละคร : ซุ้มไม้เลื้อยวันฮาโลวีนที่นางเอกไปนั่งรอพระเอก  ฮิโรโตะตอนแรกไม่อยากไป  แต่ด้วยความอยากเจอนางเอกจึงไปในที่สุด   และยังเป็นฉากที่นางเอกหลบหนีออกจากโรงพยาบาลนัดพระเอกให้มาเจออีกฉากหนึ่งด้วย

ซุ้มม้านั่งใน Aka-Renga Park มี 3 ซุ้ม ทั้งหมดตั้งอยู่ในสวนซึ่งเป็นพื้นราบเราจึงได้ทราบว่าภาพยนตร์สามารถสร้างภาพได้ทุกอย่าง  เพราะนาโอะบอกว่านัดที่บนเขา  และมีภาพฮิโรโตะวิ่งขึ้นบันไดสูงก่อนมาที่ซุ้มนี้   ทั้งๆที่ซุ้มอยู่บนพื้นราบ  XDลองเปิดดีวีดีเทียบดูอีกครั้ง  จะมองเห็น Red Brick Warehouse ด้วยค่ะ ^^

4. รั้วริมท่าเรือโยโกฮาม่า และ Red Brick Warehouse

พิกัด : Red Brick Warehouse ตามแผนที่

ฉากในละคร : รั้วริมท่าเรือโยโกฮาม่าเป็นบริเวณที่ฮิโรโตะมายืนปลงชีวิต เจอกับนาโอะหลังจากไม่ได้เจอมานาน และหัวใจสลายเมื่อได้รับรู้ว่านาโอะกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายอื่น

ตรงข้ามกับรั้วริมท่าเรือโยโกฮาม่า ก็คือ Red Brick Warehouse นั่นเอง  ซึ่งเป็นโกดังสินค้าตั้งแต่สมััยก่อน

ต่อจากก็ต้องคลำหาทางกัน  น้องในทริปทราบแต่ว่ามันมีสถานที่ที่เป็นคาเฟ่ที่ทำงานพาร์ทไทม์ของอายูตะ ที่เป็นเพื่อนของพระเอก  และยังเป็นฉากสำคัญอีกหลายฉาก  แต่ก็ไม่ทราบว่าสถานที่นั้นชื่ออะไร    แผนที่ช่วยคุณได้

5. Osanbashi Yokohama International Passenger Terminal

พิกัด : Osanbashi ตามแผนที่

ฉากในละคร : ดาดฟ้าของ Osanbashi Yokohama International Passenger Terminal เป็นคาเฟ่ที่ทำงานพาร์ทไทม์ของอายูตะ ที่เป็นเพื่อนของพระเอก

Osanbashi Yokohama International Passenger Terminal หรือ Osanbashi Pier (ท่าเรือโอซัมบาชิ) เป็นท่าเทียบเรือส่งผู้โดยสารนานาชาติ   สร้างมาตั้งแต่ปี 1984  จาก Osanbashi จะมองไปที่ Minato Mirai ได้วิวสวยที่สุด

นอกจากในละครจะเป็นฉากคาเฟ่ที่อายูตะเพื่อนพระเอกทำงานพาร์ทไทม์   ยังใช้เป็นอีกฉากสำคัญ  ฮิโรโตะที่เพิ่งตะหวาดไล่นาโอะกลับบ้านไปด้วยโกรธที่เอาน้องชายสุดที่รักไปเที่ยวจนโรค asthma กำเริบ   แต่เมื่อได้มาฟังยูโกะเพื่อนของนางเอกอธิบายว่านาโอะเป็นคนป่วยที่เข้าใจจิตใจคนป่วยด้วยกัน   พระเอกได้ฟังอาการป่วยของนางเอกถึงกับเสียน้ำตา

จากนั้นเดินทางไปย่าน Yamate ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยของพ่อค้าตะวันตกสมัยก่อนเพื่อไปบ้านย่านางเอก   เราไปกันด้วยรถเมล์ซึ่งอาศัยการถามทางจากเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ภายใน Osanbashi Hall   พนักงานกระตือรือร้นในการช่วยเหลือมากๆ ทั้งหาแผนที่ให้  ทั้งโทรศัพท์เช็คเวลาในการเดินทาง   รู้สึกประทับใจความกระตือรือร้นในการช่วยเหลือของคนญี่ปุ่นเอามากๆเลยล่ะ

6. Diplomat’s House (Gaikokan-no-le)

พิกัด : ย่าน Yamate  ขึ้นรถเมล์สาย 11 จากป้ายรถเมล์แถว Osanbashi (เดินตามเส้นสีดำที่วาดไว้  ผ่านหน้า Hotel Continental Yokohama ถึงสี่แยก แล้วเลี้ยวขวาไปรอที่ป้ายรถเมล์) ใช้เวลา 15 นาที มาลงที่ป้าย Yamate Italian Garden (Yamate Italia Koen)

ฉากในละคร : บ้านย่าของนางเอก

Diplomat’s House เป็นอาคารที่พักอาศัยของ อุจิดะ ซาดาสึจิ ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมายเช่น เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำตุรกี และกงสุลใหญ่ที่นิวยอร์ค   บ้านสร้างโดยสถาปนิกอเมริกันชื่อ เจมส์ การ์ดิเนอร์ ในสไตล์อเมริกันวิคตอเรียนเปิดให้เข้าชมฟรี  ชอบตรงนี้ละ   ภายในมีร้านน้ำชาให้ได้พักผ่อน(ขา)กันด้วย

จบจากบ้านย่านางเอก  พวกเราก็แรงหมด  หมดแรง  และยังมีงานหนักรออยู่ในเย็นนี้คือ  KAT-TUN LIVE TOUR 2012 CHAIN ที่ Tokyo Dome จึงขึ้นรถไฟจากสถานีที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านฝรั่ง  คือสถานี Ishikawa-cho Station ขึ้น JR Keihin Tohoku Line กลับ Tokyo XD

มีสิ่งที่ค้างคาใจก็คือ บริเวณที่อยากไปเห็นมากที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งก็ืคืออู่ซ่อมเรือบ้านของฮิโรโตะ   แต่น่าเสียดายที่พวกเราหาไม่เจอ   ต้องเอาไว้โอกาสหน้า ^^

เพิ่มเติมของพี่น้องอีกกลุ่มที่ไปกันคนละวัน

7. Star Jewelry The Shop & Museum (Motomachi Main Store)

พิกัด : ขึ้น Minatomirai Line ลงสถานี Motomachi-Chukagai Station

ฉากในละคร : ร้าน Star Jewelry สาขาที่ใช้ถ่ายละครเรื่องนี้

Star Jewelry เปิดร้านเมื่อ 1946 ที่โมโตมาจิ ในโยโกฮาม่า  เริ่มต้นจากเป็นร้านขายอัญมณีสำหรับชาวต่างชาติ  ต่อมาเปิดสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น  สาขาโมโตมาจิมีพิพิธภัณฑ์ที่ชั้นใต้ดิน  มีผลิตภัณฑ์เก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์  และยังโด่งดังในฐานะเป็นที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์ชื่อดังเรื่องหนึ่ง (นั่นก็คือทัตตะนั่นเอง XD) – แปลจากเวบ Yokohama Visitors’ Guide

เพิ่มเติมของน้องแอม @ammypooh ที่ไปตามรอย Tatta Hitotsu no Koi มาในช่วงไปดู DREAM BOYS 2012

(UNDERCONSTRUCTION)

8.

พิกัด : อยู่ตรงสุดถนนสายเดียวกับที่วิ่งตามรถบัสนาโอะในตอนสุดท้ายของเรื่อง   ถ้ามองย้อนกลับไปจากจุดที่นั่งรอตกปลาจะเห็น Circle Walk

ฉากในละคร : ฉากที่ 3 ซี้ ฮิโรโตะ โค และ อายูตะ ไปรอตกปลา

อยู่ตรงสุดถนนสายเดียวกับที่วิ่งตามรถบัสนาโอะในตอนสุดท้ายของเรื่อง   ถ้ามองย้อนกลับไปจากจุดที่นั่งรอตกปลาจะเห็น Circle Walk

9. สะพาน Bankoku Bashi Bldg.

พิกัด :

ฉากในละคร :  รถบัสนาโอะจอด เพื่อให้นาโอะลงมาคุยกับฮิโรโตะ

ที่รถบัสจอดตรงสะพาน ชื่อว่า Bankoku Bashi Bldg. (万国橋)

10. ย่านช็อปปิ้งแถบ Motomachi

พิกัด : ลงที่สถานี Motomachi-Chukagai

ฉากในละคร :  ซีนที่นาโอะเรียกฮิโรโตะไว้แล้วชวนไปฮาโลวีน

ไปง่ายที่สุด คือลงที่สถานี Motomachi-Chukagai    จำไม่ได้ว่าออกประตูไหน แต่ให้ไปทางประตูที่ออกไปย่านช็อปปิ้ง ออกจากประตูสถานีเลี้ยวซ้าย จะเห็นป้ายเหมือนจะเขียนว่า shopping town   เดินเข้าไปในย่านช็อปปิ้งเรื่อยๆ ไม่ไกล จะเห็นชอปของ GAP แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยตรงนั้น ก็จะเจอ แถวนั้นมีที่จอดรถหรืออะไรซักอย่าง เห็นรถเข้าออกตลอดเวลา

11. Yokohama Foreign General Cemetery Museum

พิกัด : ลงที่สถานี Motomachi-Chukagai ออกทาง America-Yama Park

ฉากในละคร :  ซีนบันไดตอนฮาโลวีน

เดินต่อจากตรงซีนที่นาโอะเรียกฮิโรโตะได้เลยค่ะ ขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ (ไม่ไกล แต่แอบเหนื่อยเพราะชันเล็กๆ55) สิ่งแรกที่จะเจอคือ America-Yama Park ทางซ้ายมือ  (จริงๆถ้าไม่อ้อมไปซีนที่นาโอะเรียกฮิโรโตะไว้ก็สามารถใช้ประตูของสถานีมาออกตรง America-Yama Park ได้เลยค่ะ)  แล้วก็ให้เลี้ยวขวาไปคนละทางกับ America-Yama Park เดินไปจนถึงทางแยก [::รูป 9] เลี้ยวขวาอีกครั้ง เดินไปเรื่อยๆก็จะเจอค่ะ อยู่ริมถนนฝั่งขวาอยู่แล้วละครตัดต่อเก่งมากค่ะ!!! จุดนี้ในละครคือตอนที่นาโอะกับฮิโรโตะหยุดพักหลังจากลงบันไดมาเรื่อยๆ  แต่บันไดที่ลงมาตอนแรกมันอยู่ไหนห๊ะ5555

12. InterContinental Yokohama Grand

พิกัด : ย่าน Minatomirai

ฉากในละคร :  โรงแรมที่ฮิโรโตะและนาโอะโดนหลอกให้ไปเจอกัน

ไม่ค่อยกล้าถ่ายรูปเท่าไหร่ เพราะมันเงียบมาก โล่งแล้วพนักงานก็กล่าวต้อนรับอย่างดีตอนเข้าไป  แกล้งเดินเนียนๆขึ้นบันไดเลื่อน ลงมา ถ่ายๆแล้วรีบเผ่นออกมาค่ะ555

จริงๆเคยเสิชเจอว่าซีนที่นัดเจอกับฮิโรโตะเพื่อไปมัตสึริด้วยกันอยู่แถวๆโรมแรมนี้ด้วยค่ะ แต่ตอนนั้นลืม ด้วยความที่เหนื่อยเกิน เหอๆ 

13. หน้าสถานี Sakuragicho

ฉากในละคร :  ซีนที่ไปส่งนาโอะที่รถบัส

14.

7. สะพานที่พี่คิโทรศัพท์ไปหลอกให้ฮิโรโตะกลับไปที่โรงงาน

Location: หน้าสถานี  Sakuragicho ข้างบนสะพานลอยที่เฉียงๆ ข้ามไปอีกฝั่ง [::รูป 11] มองลงมาจากสะพานก็จะเห็นซีนที่ส่งนาโอะที่รถบัสค่ะ

8.  ซีนที่ไปยืนเปลี่ยวอยู่ริมแม่น้ำหลังจากที่ฮิโรโตะไปคุยกับพ่อนางเอก

Location: Rinko Park

ถ้ามาจากสถานี Minatomirai เดินผ่าน  Exhibition Hall, Annex Hall ไปทาง  Rinko Park เรื่อยๆเลยค่ะ (มีป้ายบอกตลอดทาง) จุดที่ถ่ายละครเรียกว่า น่าจะอยู่ตรงสุดขอบสวนเลย เหอๆ

9.ซีนที่โผล่ใน Kuitan

Location: ตรงใกล้ๆสถานี Nihon-odori

ออกทาง Exit for Yokohama Stadium

สถานที่ 1-6 ผู้นำทาง : เตย, แพรว ; ช่างภาพ : ยุ้ย

สถานที่ 7 ผู้นำทาง, ภาพ : @Kae_Me, แอม

สถานที่ 8- ภาพ, ข้อมูล : @ammypooh

สถานที่อื่นๆในละครที่แฟนต่างชาติทำไกด์นำทางไว้ เครดิต : eiffel65_rox

  • บ้านและอู่ซ่อมเรือของฮิโรโตะ 
  • คอนโดของนาโอะ 
  • บันไดที่ฮิโรโตะกับนาโอะพบกันครั้งแรกและทำปลาหกใส่ 

ประวัติการมาเยือนประเทศไทยของ KAT-TUN สมัยยังเป็นจอห์นนี่ส์จูเนียร์

ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน   หากคุณเคยได้ยินข่าวแฟนแห่ต้อนรับจอห์นนี่ส์จูเนียร์จนสนามบินดอนเมืองแตก ขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งอย่างไทยรัฐและเดลินิวส์ รวมทั้งเป็นข่าวโทรทัศน์แล้วละก็   วง KAT-TUN วงนี้ล่ะเป็นหนึ่งในจอห์นนี่ส์จูเนียร์ที่แฟนชาวไทยให้การต้อนรับมากมายในครั้งนั้น  ในขณะที่จอห์นนี่ส์จูเนียร์เดินทางมาเข้าร่วมการแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทยถึง 4 รายการใน 3 ปี  คือตั้งแต่ปี 2002 จนถึง 2004  มีการสลับสับเปลี่ยนทั้งหัวหน้าคณะอย่าง Tackey & Tsubasa รวมทั้งจูเนียร์ตลอด ยกเว้น KAT-TUN ที่ดูจะเป็นตัวยืนเพราะมาร่วมงานครบวงทั้ง 4 รายการ

KAT-TUN ก่อตั้งวงขึ้นในปี 2001 โดยการตัดสินใจของ จอห์นนี่ คิตะกาว่า  ประธานบริษัทจอห์นนี่  ซึ่งในช่วงที่เริ่มเป็น backdancer ให้กับทัวร์ของรุ่นพี่อย่าง Tackey & Tsubasa ในปี 2002 ก็ได้มาร่วมกับ Tackey หรือ Tsubasa ในโชว์ที่ต่างประเทศด้วย

1. PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2002

วันที่ : 22-23 มี.ค.2002

สถานที่ : พัทยา

เทศกาล ดนตรีเมืองพัทยาหรือ Pattaya Music Festival ถือกำเนิดขึ้นเป็นปีแรก   Johnny’s Jr ได้เข้าร่วมตามคำเชิญของรัฐบาลไทยโดยได้เป็นศิลปินเปิดงาน  โดยศิลปินที่ส่งมาในครั้งนั้นได้แก่ Imai Tsubasa, KAT-TUN (Kamenashi Kazuya, Akanishi Jin, Taguchi Junnosuke, Tanaka Koki, Ueda Tatsuya, Nakamaru Yuichi), Jimmy Mackey, A.B.C. (Goseki Koichi, Kawai Fumito, Tsukada Ryoichi, Yudai Tatsumi), M.A.D (Hagiwara Yukito, Shimada Naoki), Kusano Hironori จาก J-Support, Rafai Eddy จาก I.N.G. และ Kobayashi Hirokazu รวม 17 คน โดยได้ใช้เวลาในประเทศไทย 1 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 19-24 มี.ค. โดยขึ้นแสดงคอนเสิร์ตพัทยา 2 วัน

ครั้ง นั้นเป็นครั้งแรกหลังจากที่สาวไทยกรี๊ดหนุ่มๆจอห์นนี่ส์กันมานาน  ก็เป็นครั้งแรกในหลายปีที่หนุ่มๆจอห์นนี่ส์มาเยือนเมืองไทย   ทำให้มีแฟนๆแห่ต้อนรับที่สนามบินดอนเมืองกันอย่างล้นหลามเป็นพันคนซึ่งทำให้ สนามบินแทบพัง  กลายเป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งของนสพ.ไทยรัฐและเดลินิวส์

หนุ่มๆ KAT-TUN ในเวลานั้นอายุเพียง 16-18 ปี  เกาะล้าน     สวนนงนุช   สวนเสือศรีราชา   พิพิธภัณฑ์ริบลีย์

Johnny’s Jr ในงาน PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2002

ประวัติการมาแสดงคอนเสิร์ตประเทศไทยอย่างเป็นทางการของศิลปิน Johnny

ประวัติการมาแสดงคอนเสิร์ตประเทศไทยอย่างเป็นทางการของศิลปิน Johnny

ศิลปิน Johnny ที่เคยมาไทยอย่างเป็นทางการ :

Shonentai เอเชียทัวร์ปี 1988

Kondo Masahiko เอเชียทัวร์ปี 1990 จัดที่ MBK Hall,

จูเนียร์ ING ชินโคเค มาคอน Greet Toom Boom Concert ปี 2001(คอนวัยรุ่นแกรมมี่รุ่นพี่มอส, พี่แคท, ซาซ่า ฯลฯ) จัดที่อินดอร์สเตเดียม

งานพัทยาปีแรก 2002 (จูเนียร์ Imai Tsubasa (น่าจะยังไม่เดบิวนะ), KAT-TUN, Jimmy Mackey, M.A.D., A.B.C., Kusano, Rafai Eddy จาก I.N.G.)

งานพัทยาปี 2003 Takizawa Hideaki (เดบิว T&T แล้ว) กับจูเนียร์ KAT-TUN, Jimmy Mackey, K.K.Kity, A.B.C., Ya-Ya-Yah

คอน J-Asean Pops Concert ปี 2003 จัดที่ Impact Arena – ทักกี้ และ (KAT-TUN, Jimmy Mackey, Ya-Ya-Yah, A.B.C, & Five งาน J-Asean Pops Concert มันมีจัดไปตามประเทศต่างๆ แต่ของไทยน่าจะเป็นที่เดียวที่มีจอห์นนี่มา โชคดีๆ

Thai J-Pop Concert ปี 2004 Impact Arena ศิลปิน Tackey & Tsubasa และ Johnny’s Jrs (KAT-TUN, Jimmy Mackey & A.B.C.) ร่วมกับศิลปินแกรมมี่

หลังจากนี้ Johnny เริ่มหนิดหนมกับแกรมมี่ที่จัดจำหน่ายซีดีจอห์นนี่หลายๆวง แล้วยังหนิดเว่อร์ถึงกับเอาเด็กไทยไปเดบิวที่ญี่ปุ่น (GOLF&MIKE) ประกอบกับ ARASHI จะมีเอเชียทัวร์เลยเป็นที่มาของ ARASHI ไลฟ์อินแบงคอควิธไทยจูเนียร์ GOLF&MIKE ปี 2006 อาราชิก็บินมาแถลงข่าวที่ไทย

ซื้อบัตรกัน นับถอยหลังให้ถึงวัน…. หลังจากนั้นอย่างที่รู้กันค่ะ เกิดปฏิวัติรัฐประหาร!!! จอห์นนี่เลยประกาศ”เลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด”

จริงๆก่อนที่ KAT-TUN จะเดบิวปี 2006 เนื่องจากได้เคยมาวิ่งเล่น(วิ่งหนีแฟนคลับ)ที่เมืองไทยตอนเด็กๆ ก็เลยมีการส่งเมสเสจ

วิดีโอมาบอกว่าพวกเขาจะเดบิวแล้วนะ ช่วยเชียร์ด้วยนะ อยากไปเล่นคอนที่ไทยอีกนะ

อย่างที่น้องทวีตมาเริ่มเข้าสู่ยุคมืดจริงๆ ซีดีจอห์นนี่ก็แทบจะไม่มีวางขาย เรื่องมาไทยไม่ต้องพูดถึง แฟนจอห์นนี่แตกกระสานซ่านเซ็น… แฟนที่มั่นคงอยู่อย่างเดิมก็มีอยู่ 😀 ในที่สุดวันที่รอคอยก็กลับมาอีกครั้ง ปลายปี 2009 เริ่มมีข่าวลือเรื่องคอนเสิร์ต KAT-TUN มีการทำ petition ว่าถ้า KAT-TUN มาจะไปดูมั้ย ? ในที่สุดก็ประกาศคอนในปี 2010 KAT-TUN เวิร์ลด์ทัวร์ไลฟ์อินแบงคอก แต่แล้วสัญญาณไม่ดีก็เกิดขึ้นอีก

ปี 2010 ไทยเกิดความไม่สงบทางการเมืองรุนแรง แฟนๆต่างใจหายใจคว่ำสวดมนต์ภาวนาและแล้วก็”ไม่รอด” จอห์นนี่บอก “เลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด”

หลังจากยกเลิก แฟนไทยส่วนหนึ่งก็ตามไปดู KAT-TUN ที่ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน วันปิดทัวร์ที่ไต้หวัน ถ้าใครไปได้ยินแฟนไทยกลุ่มใหญ่กรี๊ดลั่น

หลังออกมาจากไทเปอารีน่า เพราะได้ทราบข่าวว่า KAT-TUN ประกาศทัวร์ 2011และมีชื่อประเทศไทยด้วย เริ่มเข้าสู่ปี 2011 งานพัทยาฉลองครบรอบ 10 ปี

ททท.บอกว่าจะขอเชิญจอห์นนี่ให้กลับมาอีกครั้ง เพราะเป็นศิลปินต่างชาติเปิดงานเมื่อ 10ปีที่แล้ว รายชื่อจูเนียร์จะมาได้แก่ A.B.C-Z, Kis-My-Ft2 (Kitayama Hiromitsu, Fujigaya Taisuke), B.I.Shadow (Nakajima Kento & Kikuchi Fuma) & Question? แต่แล้ว…เหตุไม่คาดฝัน!! ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิที่เกิดขึ้นก่อนวันงานไม่นานก็ทำให้จอห์นนี่ขอ ยกเลิกการเข้าร่วมงานพัทยาไป ยังไม่ใช่แค่นั้น KAT-TUN ที่รอคอย!

ขอย้อนกลับไปที่เดือนม.ค.2011 ในที่สุดก็มีศิลปินจอห์นนี่ศิลปินแรกที่เปิดคอนเสิร์ตเป็นของตัวเองในไทยได้ เป็นศิลปินแรกในรอบ 20กว่าปี

ผู้ที่ได้ชื่อว่าทำลายอาถรรพ์คอนจอห์นนี่คนนี้ก็คือ ยามะพี ที่มาสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับแฟนๆ ทั้งที่งานแถลงข่าวที่ parc paragon

ถ้าใครไป ได้เห็นคนแน่นลาน แถมยืนบนสถานีBTSอีกเพียบแล้ว น้ำตาจะไหล บนเวทีนั่นศิลปินญี่ปุ่นใช่มั้ยๆๆๆ (รู้สึกประมาณนี้) และยังจะมีคอน

ที่จัดไปอย่างสำเร็จลุล่วง เป็นคอนที่ใช้ระบบแสง สี เสียง ดีที่สุดคอนหนึ่งในไทยเลยก็ว่าได้ ก็แฮปปี้สุดๆ กลับมาที่ KAT-TUN ที่รอคอย!

หลังจากภัยพิบัติที่ญี่ปุ่นไม่นาน ป้ายทัวร์คอนปี 2011 ที่ชิบูย่าถูกปลด ตารางในเวบจอห์นนี่ถูกลบ และแล้วก็เป็นอีกครั้งที่แฟน KTต้องอกหัก

จอห์นนี่ประกาศยกเลิกทัวร์คอนปี 2011 ของ KAT-TUN ทั้งหมด~! ช่วงนี้เริ่มมี petition ถามว่าถ้ามีคอน Hey!Say!JUMP จะไปดูกันมั้ย แฟนจอห์นนี่

ก็เฮกันไปลงชื่อจนpetitionสำเร็จด้วยดี ปลายปี 2011 Kis-My-Ft2 ประกาศเดบิว และไม่นานก็ประกาศทัวร์เอเชียปี 2012 ตามข่าวบอกว่ามีไทย!

เข้าสู่ปี 2012 อย่างที่คงทราบกันหมดแล้ว Hey!Say!JUMP ประกาศเอเชียทัวร์และจะแสดงที่ไทยด้วย ตามข่าวหาซื้อบัตรกันได้ที่ Avalon Live ค่ะ

ส่วน Kis-My-Ft2 จะเป็นเมื่อไหร่ต้องรอฟังข่าวกัน และนี่ก็คือสรุปการมาเมืองไทยของจอห์นนี่อย่างเป็นทางการตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันค่ะ (จบ)

KAT-TUN กับตำนานการเป็นแบดบอยแห่ง Johnny และที่มาของเพลง Ten-G

บทความนี้เขียนโดยคุณ marynasuke ซึ่งรวมรวมเรื่องราวเบื้องหลังเพลง TEN-G (เทนกุ) จากการอ่านสัมภาษณ์ KAT-TUN ในช่วงปี 2004-2005 เกี่ยวกับว่าเพราะเหตุใดเซมไปในค่ายถึงเรียกพวกเขาว่า เทนกุ

คำเตือน : ก่อนที่จะอ่านขอย้ำว่านี่คือเรื่องราวสมัยเด็กและจบไปแล้วในสมัยเด็ก  ถ้าคุณได้อ่านสัมภาษณ์หลังเดบิวของ KAT-TUN  หลายครั้งคุณจะอ่านเจอว่าพวกเขารู้สึกผิดและได้กล่าวขอโทษและขอบคุณรุ่นพี่ที่ให้โอกาสในตอนนั้น

ก่อนจะเริ่มต้นขอเกริ่นไว้ก่อนว่า เท็นกุ หรือ เท็นงู (Tengu) คือ อสูรจมูกยาวในนิยายปรัมปราญี่ปุ่น  แต่ปัจจุบันในญี่ปุ่นยังใช้คำนี้สำหรับความหมายว่า “โอ้อวด”อีกด้วย  (ถ้าเป็นคนไทยขอใช้คำว่า “เกรียน” น่าจะใช่เลย 555)

ไปต่อกันที่เรื่องราวเลย…. 

เรื่องนี้เกิดขึ้นสมัยที่วง KAT-TUN เพิ่งก่อตั้งใหม่และพวกเขายังเป็นแบ็คแดนเซอร์ในช่วงปี 2001-2002  ช่วงยุคนี้แม้ว่าพวกเขามีฐานะเป็นเพียงแบ็คแดนเซอร์ของ โดโมโตะ โคอิจิ ในรายการ Pop Jam เท่านั้น  KAT-TUN ได้ค่อยๆได้รับความสนใจมากกว่าที่ใครๆคาดคิดเนื่องมาจากหน้าตาหล่อเหลา และบุคลิกลักษณะอันเท่ ดื้อด้าน และปราศจากความระมัดระวัง  นี่เป็นสิ่งที่ต้องตาต้องใจกับเหล่าผู้ชมเด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่เป็นอันมากจนกระทั่งพวกเขาได้รับเสียงเรียกร้องขอจองตั๋วคอนเสิร์ตทั้งๆที่ไม่ได้จะมีคอนเสิร์ต เกิดเป็นข่าวลือตามมา ดังนั้นในที่สุด Johnny เลยตัดสินใจที่จะจัดคอนเสิร์ตให้สักครั้งเพราะความต้องการตั๋วมากมาย  มากพอที่จะเปิดโชว์ที่ Tokyo Dome 2 รอบได้อย่างง่ายดายด้วยซ้ำ  ความสำเร็จนี้ยิ่งใหญ่เมื่อพิจารณาแล้วพวกเขายังเป็นเพียงจอห์นนี่ส์จูเนียร์ และแม้แต่เหล่ารุ่นพี่ก็ยากที่จะดึงดูดผู้ชมได้ขนาดนั้น  แต่นี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มของความสำเร็จอันมากมายที่ตามมาในอนาคต เช่น ภาพยนตร์ (โคคิและจุนโนะ) ละคร และคอนเสิร์ตที่บัตรขายหมด เป็นต้น

เมื่อความสำเร็จเข้ามาสู่วง KAT-TUN ที่ยังคงเป็นเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมโดยง่าย…พวกเขาจึงค่อยๆกลายเป็นคนยะโสอวดดีในแบบที่มักจะเกิดกับดาราเด็กที่โด่งดังมากในชั่วข้ามวันข้ามคืน   นี่เป็นสิ่งที่ระคายใจเหล่ารุ่นพี่ เมื่อมีจูเนียร์ที่ล้ำหน้าและยังจะยะโสโอ้อวดเรื่องนี้อีก  สิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่พอใจมากขึ้นคือเมื่อ KAT-TUN ดื้อด้านจนไม่ทำตามคำสั่งเช่นแต่งตัวให้เรียบร้อยและให้เต้นพร้อมๆกัน  นี่เลยกลายเป็นความตึงเครียดที่ก่อตัวระหว่างจูเนียร์ และทำให้ KAT-TUN เริ่มได้ฉายาแบดบอยแห่ง Johnny และเซมไปเรียกพวกเขาว่าเท็นกุ ด้วยเหตุนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับ KAT-TUN ที่ยะโสอวดดีและไม่เคารพใคร  พวกเขาก็ได้ตั้งชื่อยุคนี้ว่า “สงครามเทนกุ”  ที่ทัศนคติที่แสดงออกไปจากเมมเบอร์คนใดก็ตามแล้วสร้างความระคายให้กับเซมไป (ง่ายๆคือ ได้เกรียนใส่เซมไป) เรียกว่า สงครามเทนกุ I (ประมาณ  World War I นะ  มี สงครามเทนกุ II ไปเรื่อยๆ   คุณสามารถอ่านสัมภาษณ์ที่พวกเขาพูดถึงเรื่องนี้ได้จาก ที่นี่.

สงครามเทนกุนี้ที่ KAT-TUN สะท้อนออกมากับคุณลักษณะแบดบอย ซึ่งพวกเขาก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเวลาถัดมา แต่ก่อนที่จะเปลี่ยนนั้นก็ได้เล่นสนุกเอามันกับความยะโสของพวกเขาในช่วงนั้นและถ่ายทอดมันออกมาเป็นเพลงทีเสียดสีได้อย่างแสบสันต์ (ออกแนวว่า อยากว่านักว่าเป็นแบบนี้ ก็ยอมรับว่าเป็นก็ได้) ในชื่อเพลงว่า TEN-G ซึ่งได้นำมาร้องครั้งแรกเมื่อคอนเสิร์ตฤดูใบไม้ผลิปี 2005  แต่พวกเขาก็ได้เลิกร้องเพลงนี้หลังจากพวกเขาได้เดบิว จนกระทั่งคอนเสิร์ต Queen of Pirates ในปี 2008 ที่พวกเขานำเพลงนี้กลับมาแสดงอีกครั้งซึ่งสร้างความตื่นเต้นอย่างมากให้กับแฟนพันธุ์แท้   ไปดูคลิปและเนื้อเพลงกันเลย XD

TEN-G / KAT-TUN จาก Queen of Pirates Concert 2008



TEN-G โดน KAT-TUN
นี่เป็นเนื้อเพลงต้นฉบับที่ร้องในปี 2005 ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการแสดงปี 2008


Tengu ni natteru
Hana ga nobiteru
Choushi ni nochatteru                

เราจะกลายเป็นอสูรเทนกุ
จมูกจะยาวขึ้นแล้ว
เราจะหลงตัวเองให้สุดๆ

—————> คอรัสเปรียบเปรยตรงๆได้ว่าพวกเขาจะยะโสอวดดีและหลงตัวเองกับชื่อเสียงที่ดังอย่างรวดเร็ว

Tengu ni natteru
Dare nimo chuui saretemo Ha? Ha?

เราจะกลายเป็นอสูรเทนกุ
ไม่ว่าใครเตือนว่าไง หา? หา?

—————>ท่อนนี้บอกว่าพวกเขาจะยะโสอวดดีไม่ว่ารุ่นพี่จะดุด่ายังไง แล้วก็จะตอบแทนด้วย “หา? หา?” ซึ่งบ่งทัศนคติแบบ “พูดอะไรไม่เห็นจะได้ยิน”

Tengu ni natteru
Sou orera tengu

เราจะกลายเป็นอสูรเทนกุ
ใช่เลย เราน่ะ “อสูรเทนกุ”

————–> นี่บอกว่า ก็ใช่ เราน่ะอวดดี แล้วจะทำไม!

Sude ni orera wa top jan?
Nani wo yattemo kimareba hop jan?

เราน่ะไปถึงสุดยอดแล้ว?
ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราจะกระโดดไปสุดยอด?

————–> ท่อนนี่บอกว่า พวกเขาขึ้นไปถึงสุดยอดอย่างง่ายดายและพวกเขารู้สึกมันท่วมท้น เลยมีทัศนคติว่าเราดังมากจนไม่ว่าจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จทั้งนั้น

Ore no mon wa ore no mon (Ma, masaka?)
Omae no mon wa ore no mon

ของของฉันก็คือของของฉัน (อะไรนะ จริงอ่ะ?)
ของของคุณก็คือของของฉันด้วย

————–> ทัศนคติแบบไจแอ้นท์ในโดราเอมอน

Machi wo arukeba sokora no onna ga muragaru
Everybody say “Kakkou ii~!”

“Puraibeeto chuu dakara shashin toka shameeru yamete kunna?”
“Ah jaa sain kudasai!”
“Sain hoshii no? Sarasara… hiroe!”

ถ้าเราเดินไปในเมือง สาวๆก็รุมล้อม
ทุกคนบอกว่า “คุณเท่มาก~!”

“มันเป็นเวลาส่วนตัว ดังนั้นช่วยหยุดถ่ายรูปได้ไหม?”
“อ่า..งั้นขอลายเซ็นแทนก็ได้!!”
“อยากได้ลายเซ็น? แกรก แกรก..อ่ะเอาไป”
หนึ่งคำจากเรา เราโด่งดัง ตลอดไป นั่นคือเรา…

—————–> พวกเขาบอกว่าแม้ว่าเป็นจูเนียร์แต่ด้วยความโด่งดังเพิ่มมากขึ้น สาวๆก็คลั่งไคล้และทำกับพวกเขาเหมือนพวกเขาเป็นเซเลบ ดังนั้นเลยมีทัศนคติยะโส XD และยอมรับว่าพวกเขาโด่งดัง

Dorama no shichouritsu sanjuu paasento koeta zo
DVD wa shoudou no uriage No.1

ละครเราก็เรทติ้งมากกว่า 30%
ดีวีดีเราก็ขึ้นอันดับ 1 ทันที!

—————>พูดถึงความสำเร็จของ Gokusen และดีวีดีคอน Kaizokuban

Dansu shuuzu hakanee yo!
Dansu kihon odonnee yo!
Rihaasaru nante da~I kirai
Buttsuke honban da~I suki

เราไม่ใส่รองเท้าเต้น!
เราไม่เต้นแบบเบสิค!
เราเกลียดการซ้อม
เราชอบแสดงจริง

—————> พูดถึงทัศนคติแบบดื้อด้านที่จะทำตามคำสั่งของรุ่นพี่และทัศนคติของพวกเขาที่ชอบการแสดงแบบสดๆเพราะมันเป็นจุดแข็งของวงพวกเขา

Machigaeteru nowa ore janai
Machigaeteru nowa kamera wari

คนที่ผิดไม่ใช่เรา
คนที่ผิดคือคนที่บังกล้องนั่นแหละ

————->สถานการณ์นี้คือพวกเขาไม่เต้นให้พร้อมๆและไม่ปรับเปลี่ยนการเต้นแต่มันไม่ใช่ความผิดของพวกเขาแต่เป็นความผิดของคนที่เขาเป็นแบ็คแดนเซอร์ให้นั่นแหละ  ดังนั้นรุ่นพี่จึงไม่พอใจ และพวกเขายังได้คิดไปแบบทัศนคติเด็กเวรในประโยคว่า “คนที่ผิดคือคนที่บังกล้องนั่นแหละ” (หมายถึงคนที่ไปแบ็คแดนซ์ให้) XD


Mochiron aisatsu wa mukou kara
“Ah ohayou gozaimazu”
“… Ohayo”

โดยธรรมชาติแล้วมันเป็นคนอื่นที่จะเข้ามาทักทายเรา
“อ๊ะ สวัสดีตอนเช้าครับ”
“… หวัดดี”

————-> พูดถึงจูเนียร์ที่เคารพและยกย่อง KAT-TUN เพราะพวกเขาดัง เลยทำให้อีโก้สูงไปด้วย ^^”

Tengu ni natteru
Sou orera tengu

Choushi ni note shimatte suimasen deshita~

เราจะกลายเป็นอสูรเทนกุ
ใช่ล่ะ เราน่ะ “อสูรเทนกุ”

ขอโทษนะที่หลงตัวเอง~


———–> ประโยคสุดท้ายพวกเขาสำนึกผิดที่โอ้อวด และขอสิ้นสุดสงครามเทนกุ XD 

เป็นไงบ้างกับหนุ่มๆสุดเกรียนของพวกเรา~ ฉันละขำเลยกับ…ความเกรียนที่พวกเขาเคยเป็นเมื่อตอนสมัยจูเนียร์ แต่ถ้าไม่มี phase นั้น เราก็คงไม่ได้เห็น KAT-TUN ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่มีความคิดแบบในตอนนี้หรอกใช่ไหม? มันมีสัมภาษณ์อีกอันเกี่ยวกับเทนกุ สัมภาษณ์นั้นพวกเขาส่วนใหญ่พูดถึงว่าเซมไปเกลียดพวกเขามากเพราะทัศนคติแบบเทนกุ แต่ฉันหาสัมภาษณ์นั้นไม่เจอแล้ว

นี่คือหนึ่งในสัมภาษณ์อีกอันที่พวกเขาพูดถึงเทนกุ

Source: Hadaka No Johnny 
Lyrics and Translation credit to: http://goro-chan.livejournal.com/126491.html edit by sesshyandbyakuyalover

Translated from an article by marynasuke

คำเตือน : นี่คือเรื่องราวสมัยเด็กและจบไปแล้วในสมัยเด็ก  ถ้าคุณได้อ่านสัมภาษณ์หลังเดบิวของ KAT-TUN  หลายครั้งคุณจะอ่านเจอว่าพวกเขารู้สึกผิดและได้กล่าวขอโทษและขอบคุณรุ่นพี่ ที่ให้โอกาสในตอนนั้น

Theme: Overlay by Kaira
Copyright 2005-2020 :: KAT-TUNThailand.com :: All rights reserved.