http://www.kat-tunthailand.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 Home

 News

 Biography

Discography

 Filmography

 Lyrics & J-webs

 Mykat-tun.com

 Links

สถิติ

เปิดเว็บ13/02/2008
อัพเดท02/09/2018
ผู้เข้าชม2,588,461
เปิดเพจ4,096,946

บริการ

Home
News
Article
Webboard

ปฎิทิน

« January 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

โปรไฟล์

ผลงานแสดง

Youkai Ningen Bem The Movie (2012)

NO WORDS,NO TIME~Sora ni Ochi ta Namida~ (2013)

Second Love (2015)

Machigawarechatta Otoko (2013)

Henshin Interviewer no Yuutsu (2013)

First Class (2014)

Tokyo Bandwagon (2013)

Ooku~Tanjou~[Arikoto-Iemitsu] (2012)

Boys On The Run (2012)

Kyou wa Kaisha Yasumimasu (2014)

Vancouver no Asahi (2014)

Ooku~Eien~[Emonnosuke-Tsunayoshi] (2012)

Joker Game (2015)

Omoni Naitemasu (2012)

Ore Ore (It's Me, It's Me) (2013)

Ai wa KAT-TUN (2012)

คู่ซ่า...ทนายแสบ (Legal High) (2012)

Bem อสูรน้อยหัวใจหล่อมั่ก (Youkai Ningen Bem) (2011)

Hissatsu Shigotonin (2009, 2010, 2012)

ชีวิตพลิกล็อกของคุณนายฮายามิ (Hayami-san to Yobareru Hi) (2012)

Dachitabi~Daiisshou Dal Segno na Camp (2011)

RUNAWAY~Aisuru Kimi no Tame ni (2011)

Last Money~Ai no Nedan (2011)

หมาน้อยสื่อสายใยรัก (Inu O Kau To Iu Koto) (2011)

Yamato Nadeshiko Shichi Henge (2010)

คอนเซ็ปต์รักของสาวครีเอทีฟ (Sapuri) (2006)

โนบุตะ เปลี่ยนสาวเห่ยเป็นสาวฮอต Nobuta wo Produce (2005)

ฤทธิ์หมัดเสือหิว (1 Pound no Fukuin) (2008)

ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู 2 (Gokusen 2) (2005)

Tatta Hitotsu No Koi (Just One Love) (2006)

Rescue (2009)

คลับจอมยุ่งกับคดีพิสดาร (Yukan Club) (2007)

วุ่นรักสาวออฟฟิศ (Anego) (2005)

ป๊ะป๋าขา หนูอยากแต่งงาน (Hanayome to Papa) (2007)

DREAM BOYS

คู่มือสำหรับมือใหม่หัดชอบ KAT-TUN

สัมภาษณ์ อุเอดะ ทัตสึยะ ละคร Runaway~Aisuru Kimi no Tameni และคัตตุนเมมเบอร์ไอ [+act mini 2011.12 vol.15]

สัมภาษณ์ อุเอดะ ทัตสึยะ ละคร Runaway~Aisuru Kimi no Tameni และคัตตุนเมมเบอร์ไอ [+act mini 2011.12 vol.15]

มันเป็นเวลาอาทิตย์นึงได้แล้วหลังจาก "Runaway" เปิดกล้องถ่ายทำ    เมื่อระลอกการถ่ายทำบริเวณคิตะคิวชูจบสิ้นลง  เหล่านักแสดงก็กลับสู่โตเกียวมา 1 วันเพื่อถ่ายรายการทีวี   ภายในสตูดิโอ  ก็มี อุเอดะ ทัตสึยะ แห่ง KAT-TUN กับลุคอันคุ้นเคยกับทรงผมยาวปานกลางสีบรอนซ์    ในกองละคร เขาปรากฏตัวในแบบโกนศีรษะและใส่ชุดนักโทษ  แต่ออกมาข้างนอก เขามาที่นี่ในฐานะ อุเอดะ ทัตสึยะ แห่ง KAT-TUN    ดูเหมือนคุณจะได้เห็นสไตล์ของอุเอดะ ทัตสึยะในทัศนคติการตระหนักถึงความเป็นมืออาชีพ อย่างที่เขาเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่จะได้เห็น หรือวิธีตอบสนองต่อสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

อุเอดะรับบท ทากิโมโตะ คูยะ ที่ทำงานเป็นโฮสต์ แต่หลังจากถูกเล่ห์เหลี่ยมของเพื่อนร่วมงาน  เขาจึงถูกลงโทษจำคุก 4 ปี ข้อหายาเสพติด และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ    ในบรรดานักโทษหลบหนีทั้ง 4 คน  เขาเป็นตัวละครที่เบาที่สุดและค่อนข้างบ้าบอ และเขาทำให้เกิดเสียงหัวเราะได้แม้ในฉากซีเรียส รักษาตำแหน่งนี้เป็นโฟกัสตลอดในเรื่อง

เขามาถ่ายแบบและสัมภาษณ์วันนี้ในฐานะ อุเอดะ ทัตสึยะ แห่ง KAT-TUN    พูดคุยเกี่ยวกับละคร ในขณะเดียวกันเราก็รู้สึกอยู่ในบางทีว่า ทากิโมโตะ คูยะ อยู่ในตัว อุเอดะ ทัตสึยะด้วยเช่นกัน  แล้วเขาก็ทำให้คุณรู้สึกตัวว่ากำลังคุยอยู่กับอุเอดะ ทัตสึยะ แห่ง KAT-TUN    แสดงละครทีวีหลังจากไม่ได้ทำมานาน ในฐานะนักแสดง ในฐานะอุเอดะ ทัตสึยะแห่ง KAT-TUN  มีการพูดเกริ่นถึงการที่เขาเปิดรับสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยมาก่อน

จนกระทั่งเมื่อวันก่อน คุณถ่ายละครอยู่ที่เมืองโมจิโกะ ย่านโคคุระ ที่ คิตะคิวชู   ก็เริ่มถ่ายมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว  รู้สึกอย่างไรบ้าง?

เราใช้เวลาอย่างสนิทสนมกันจริงๆ ผมคิดว่านะ    มันแค่หนึ่งสัปดาห์ แต่มันเหมือนกับว่าเราได้ถ่ายทำกันมา 2-3 เดือนยังไงยังงั้นครับ  บางทีเป็นเพราะเรามาถ่ายทำกันอย่างเร่งรีบ  พูดอีกอย่างก็คือ เราใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมงต่อวันอยู่ด้วยกันครับ  เวลาส่วนตัวแทบจะไม่มีเลย    เพราะว่ามันดำเนินไปอย่างนี้  ทันทีที่การถ่ายทำจบลง ผมก็กลับโรงแรม แล้วสลบเลย แล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้งในไม่กี่ชั่วโมง  อาบน้ำแล้วก็กลับไปถ่ายต่ออีกครับ

แล้วโอเค หรือ?

ก็แปลกดีนะครับ  มันเหมือนเป็นตราบาปทางใจเวลาใส่ชุดนักโทษ กับหัวโล้นๆ แล้วเข้าไปทำให้ผู้คนเชื่อ  เล่นบทที่ไม่ปกติแบบนี้ เวลาผมเห็นนักเรียนในเมือง ผมออกจะอิจฉาอยู่นิดๆแล้วคิดว่า "ผมคงไม่ได้กลับไปมีชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว..." (หัวเราะ)

นานแล้วนะที่คุณไม่ได้แสดงละคร

ใช่ครับ  แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมรับบทที่เข้มข้นแบบนี้   นักแสดงคนอื่นๆทั้งหมดล้วนแล้วแต่มืออาชีพและมีประสบการณ์มากๆ  งั้นทุกคำพูด ผมจะตั้งใจฟังเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆครับ

ได้เข้าร่วมโปรเจ็คนี้  คุณมีความรู้สึกต่อสิ่งที่ต้องเจออย่างไรบ้าง?

เพราะว่ามันมีบทซีเรียสเยอะมาก มีหลายซีนที่ทำให้คนดูลุ้นจนเกือบตกเก้าอี้   แต่เป็นเพราะบทของผมคนนี้เลย คูยะ ที่อาจจะไม่ค่อยคิดมากอะไร ก็จะคอยเป็นคนเบรคบรรยากาศแบบนั้น ทำให้เครียดน้อยลง  ถ้าผมต้องมีเทนชั่นเท่ากับคนอื่นๆแล้ว มันก็คงเกือบจะกลายเป็นละครหนักๆเลยล่ะ   (อิจิฮาระ) ฮายาโตะคุงบอกผมอยู่บ่อยๆว่า “นายคนเดียวที่แตกต่างนะ  คาแรกเตอร์ของนายอยากทำอะไรก็ทำได้อย่างอิสระ.” ดังนั้นเมื่อทุกคนกำลังต่อสู้หรือทำอะไรอยู่ ก็จะมีผมคนเดียวที่มีเทนชั่นแตกต่างออกไป

ตอนที่คุณอ่านสคริปต์  มีแค่คูยะที่แตกต่างออกมาใช่ไหม

แต่เพราะว่าเราได้ถกกันตอนถ่ายนอกสถานที่ด้วย  ตัวละครก็จะแตกต่างจากในสคริปต์ไปอีกครับ  ระหว่างถ่ายจากที่เราทั้งสี่คนหลบหนี  เรามาถึงถนนที่สี่คนจะต้องแยกไปกัน   เมื่อถามว่า "ทางไหนดี?”  ผมก็จะ “ทางนี้ละกัน!” แล้วก็เริ่มออกวิ่งไป ในขณะที่อีกสามคนไปอีกทาง ประมาณนี้ครับ (หัวเราะ)   เรามีแอดลิปสดๆพวกมุกอะไรประมาณนี้ครับ   นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมผมคิดว่ามันพอเหมาะสำหรับผู้ชมเลย เพียงแค่ผู้พูด บรรยากาศก็จะผ่อนคลายลงเลย   โดยไม่ทำให้หนักขึ้น ด้วยสิ่งที่คูยะสามารถนำเสนอ  ผมเล่นเป็นเขาทำให้มีช่องว่าง สลับกันระหว่างช่วงตลกกับช่วงซีเรียสครับ

มารับบท ทากิโมโตะ คูยะ  คุณคิดว่าจริงๆแล้วเขาเป็นคนอย่างไร?

เอาง่ายๆเลย เขางี่เง่า แต่เขาเห็นความสำคัญของครอบครัวในแบบของเขาเอง   คนนอกมองเขาอาจจะเห็นผู้ชายที่คอยปล่อยมุกไปเรื่อยๆในฐานะโฮสต์ แต่เขาก็อยากมอบความรักและตอบแทนบุญคุณแก่พ่อแม่ของเขาเป็นเรื่องหลัก   เขาเป็นผู้ชายที่มีหัวใจอ่อนโยน โดยไปเป็น นัมเบอร์ วัน (โฮสต์) ด้วยตัวของเขาเอง เพื่ออยากจะเลี้ยงดูแม่ด้วยเงินที่เขาหามาด้วยตัวเอง   เพราะว่าเขาค่อนข้างงี่เง่า ก็เลยมักจะไปผิดที่ผิดทาง  โชคชะตาเลยเล่นตลกกับเขา

ฟังดูเป็นคาแรกเตอร์ที่เรียลลิสติกนะ

มันเป็นความจริงว่าในบรรดาโฮสต์แล้ว ก็คงมีบางคนที่เป็นแบบนั้น  แต่ก็ไม่ทั้งหมดที่เหมือนกับคูยะ  เขาเป็นเพียงคนหนึ่งในบรรดาโฮสต์ที่มีคาแรกเตอร์อันหลากหลาย   แต่ถึงอย่างนั้น เขายังถูกจำคุก 4 ปี   ถ้าเป็นผมเองละก็ ผมคงจะคิดว่า "มาอดทนไปอีกสี่ปีละกัน" (หัวเราะ)

คงเป็นอย่างนั้นล่ะ (หัวเราะ)

อีกสามคนก็ต่างมีเหตุผลในการหนี   เช่นมีลูกสาวที่เป็นโรคหัวใจ ดังนั้นจึงไม่สามารถรอจนถูกปล่อยได้   แต่คูยะไม่มีอะไรแบบนั้น  เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงแล้ว ผมเลือกที่จะอดทน   แต่ได้ดูความใจดีของคูยะ และความที่เขาไม่ยอมแพ้ และออกจากคุกเพื่อพ่อแม่ด้วยความตั้งใจ  ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องราวที่ดีเลยครับ  มันโง่ที่จะแหกคุกออกมา แต่เขาก็มีเหตุผลจริงๆในการกระทำ   เหมือนกับว่าเขาเป็นตัวละครที่มีการสร้างความคิดหลากหลายใส่เข้ามา

สาเหตุลงลึกมักเกี่ยวเนื่องกับบุคลิกลักษณะของคนๆนั้น

ใช่ครับ  นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจะพูดประโยคเกี่ยวกับครอบครัวของผมอย่างซีเรียส   ด้วยพัฒนาการของเนื้อเรื่องในตอนที่สองและสาม  สายสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสี่จะแน่นแฟ้นขึ้น แต่ตอนแรก พวกเขาเพียงแค่แหกคุกออกมาเพื่อตัวเองเท่านั้น

ครั้งนี้ มันภาพลักษณ์ที่สร้างเป็นบท   คุณต้องตัดผมนี่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนานไหม?

ใช่เลยครับ  แต่ครั้งนี้เนื้อเรื่องคืบหน้าอย่างรวดเร็ซ  ไม่ค่อยมีเวลาจะคิดเลยครับ  พูดตามตรง ผมไม่ได้คิดอะไรกับมันมากเลยครับ  เหมือนกับว่า มันโอเคที่จะหัวโล้นในละครนะ (หัวเราะ)   ตั้งแต่โกนหัวมา ผมก็ยังไปถ่ายภาพด้วยกันกับทุกคนใน KAT-TUN แต่การเป็นคนที่หัวโล้นก็จะไม่ใช่บทบาทของผม  ผมคิดว่า "เราไม่ต้องการสองคน!” (หัวเราะ) นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมใส่วิกเวลานอกเหนือจากละคร  มันย่อมเป็นความรู้สึกที่แตกต่าง ในการเป็น อุเอดะ ทัตสึยะแห่ง KAT-TUN หรือ ทากิโมโตะ คูยะ

ยกตัวอย่าง ถ้าคุณได้เสนอบทที่แตกต่างจากอิมเมจของ KAT-TUN  คุณจะรับมันโดยไม่ต่อต้าน?

ถ้ามีเหตุผลที่ดีในการให้ผมทำครับ

เข้าใจล่ะ

อย่างถ้าเกิดมีข่าวว่าสักคนหนึ่งใน KAT-TUN จะเล่นเรื่องนี้  ถ้าเขาต้องไปโกนหัว คุณคงไม่คิดว่าจะเป็น อุเอดะ ทัตสึยะ  แต่ปรากฏว่าเป็นผมจริงๆ  ส่วนนี้มันทำหน้าที่โฆษณาละครได้ดีครับ  แต่ผมจะดีใจถ้าผู้ชมบอกว่า "ต้องดู!” ในสิ่งที่ผมทำ  มันจะแตกต่างแน่นอนถ้าเป็น ผม (ทานากะ) โคคิตัดสั้นน่ะครับ (หัวเราะ)

ผมอยากจะเห็นงานแสดงของคุณมากขึ้นในอนาคต  เพราะว่าคุณมีสิ่งที่ซ่อนไว้ ในทางที่ดีนะครับ

ครั้งนี้ผมมีสิ่งที่ซ่อนไว้ในฐานะอาชญากรหลบหนี แต่ผมแสดงออกมาเหมือนเป็นเด็ก   มีอะไรในแบบอยู่ดีๆก็ "ฉันอยากกินไอติม" ดูเหมือนว่าจะเป็นเด็กที่สุดในบรรดาพี่น้องผู้ชายสี่คน (หัวเราะ)   ในฉากที่เราผ่านการตรวจจับ นอกจากรู้สึกตื่นตระหนกแล้ว ผมคนเดียวที่ยังบ่นอยากกินไอติมก้เลยโดยชกเลย (หัวเราะ)  ผมเองก็คิดว่ามันดูโง่เง่า แต่ก็ร่วมมือในทุกฉากเลยครับ   แน่นอนว่ามันจะไม่ถูกใช้ถ้าไม่ตรงกับความตั้งใจของผู้กำกับ แต่มันยังดีนะถ้าถ่าย 100 แล้ว 2-3 ซีนนำไปใช้ได้

เป็นอะไรที่ใหม่สำหรับคุณด้วยใช่ไหม?

ใช่ครับ  แต่มันยากนะ  ถ้าผมพยายามเล่นอะไรโง่ๆแบบจงใจละก็ ผมมักจะกลายเป็นแบบนั้นไปเลย  จนไม่มีคาแรกเตอร์เยือกเย็นหรือน่ากลัวเหลืออยู่  แต่เรายังคงต้องรักษาระดับเทนชั่นแบบนั้นไว้สม่ำเสมอ

พูดถึงเรื่องนั้น  เมื่อไหร่ที่คุณครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่อง(การแสดงบท)นั้น?  ขณะที่คุณอ่านสคริปต์หรือว่าในตอนที่คุรกำลังถ่ายทำฉากนั้นอยู่เลย?

ขณะที่กำลังถ่ายฉากนั้นเลยครั้บ   เพราะว่าผมไม่รู้ว่านักแสดงร่วมจะเคลื่อนไหวกันมากแค่ไหน  แล้วก็มีแบบที่ว่า (ซึกาโมโตะ) ทาคาชิคุงให้ไอเดียแนะนำมา  แล้วเราลองทำไป แล้วก็สมบูรณ์ได้เหมือนกันครับ   อย่างไรก็ตาม เพราะว่าเราได้ถกกัน จึงรู้สึกเหมือนว่าเราทั้งหมดได้ร่วมสร้างงานด้วยกันเลยครับ

มันเป็นการถ่ายทำที่ดีนะ

เขาบอกว่านี่หายากเลย   เพราะว่าผมไม่ค่อยมีประสบการณ์การถ่ายละครมากนัก  ผมไม่รู้ว่ามันปกติหรือเปล่า  เพียงแต่รู้ตัวก็เมื่อพวกเขาบอกผมว่ามันหายากที่จะมีการถ่ายละครด้วยความเห็นของทุกคนใส่เข้ามา

สึดะ (มาซากิ) ซัง พูดเหมือนกัน  บอกว่านักแสดงร่วมอีก 3 คนนี่เหมือนพี่น้องหนิดกันเลย (หัวเราะ)

อ่ะ..ผมไม่รู้มาก่อนเลยนะนั่น (หัวเราะ)  แต่ผมก็เซอร์ไพรส์มากเลยที่เค้าเด็กกว่าตั้ง 10 ปี   เขามีบทที่ดูเป็นเด็กจริงๆอยู่บ้าง แต่เขาไว้ใจได้   เขาเป็นเด็กในแนวทางที่ดี   มีคาแรกเตอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนครับ

แล้วคิดอย่างไรบ้างกับ อิจิฮาระซัง?

ฮายาโตะคุง จริงใจครับ  ซีเรียสตลอด  เขาคิดหลายสิ่งหลายอย่าง และขณะที่เขากำลังขมักเขม้นกับซีนหนักๆ  เขาคุยกับทุกคนในฉากตลก และความคิดแต่ละอย่างถูกส่งผ่านไป   เพราะว่านี่ยังมีการส่งผ่านความคิดในขณะกำลังแสดง เราถูกดึงไปในความรู้สึกนั้นด้วยครับ   ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยการแสดง(ของเขา)เลยที่ช่วยดึงเราเข้าไป

ดังนั้นมีความรู้สึกถึงการถูกดึง

แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ   ถ้าเพียงแค่มันเป็นเรื่องซีเรียส  นี่ก็จะทำให้เราคิดว่าเราก็จะต้องทำอย่างซีเรียสด้วยเช่นกัน   ในการถกกันด้วย ที่เขาตอบคำถามทุกสิ่งด้วยพลังทั้งหมดที่มีอยู่ตลอดครับ   มันเยี่ยมยอดเอามากๆเลยครับ   อย่างที่เค้าว่ากัน มีแพชชั่น (แรงผลักดันแรงกล้า)  (อุเอดะทำเลียนแบบเขา) "เพราะว่านี่จะทำให้น่าสนใจ  ฉันอยากจะดูมันเร็วๆจัง!”  เขาเป็นลีดเดอร์ที่ดีมากเลยครับ

แล้ว ซึกาโมโตะซังเป็นอย่างไรบ้าง?

ทากาชิคุงคอยให้กำลังใจในการถ่ายละครครับ

สึดะซังพูดเหมือนกันเลย

ครับ  ทั้งคู่เป็นคนตลก   เหมือนพ่อกับลูกเลยในบางที (หัวเราะ)   เขาเป็นคนเก่งมากครับ เวลามีคำถามเกี่ยวบทขึ้นมา  เขาก็จะสอนผมอย่างดีเลยเหมือนเป็นพี่ชายใจดีเลยครับ  ทั้งที่ความคิดแรกของผมอีกก็คือ เขาคาแรกเตอร์ออกเถื่อนๆ

ความคิดแรกแตกต่างงั้นหรือ?

ผมคิดว่าเขาน่ากลัวเสียอีก   แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนใจดีมากจริงๆครับ  แล้วก็หัวเราะกับมุกแป๊กๆด้วย   แม้แต่มุกที่ KAT-TUN ไม่มีทางขำแน่นอน (หัวเราะ)

เพราะว่า KAT-TUN เส้นลึกน่ะสิ เวลาจะหัวเราะ (หัวเราะ)

ใช่เลยครับ (หัวเราะ)  แล้วก็ทากาชิคุงก็ดีครับ   ผมน่ะคิดว่าเราทั้งหมดคบกันได้ดีครับ

คุณได้ประโยชน์จากการถ่ายละครสินะ

มันสงบสุขอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ (หัวเราะ)

แล้ว บทของคุณเป็นยังไงในการถ่ายนอกสถานที่?

ผมเป็นคนที่ทำให้คนหัวเราะระหว่างเล่นเกม   เช่นชวนให้เล่น “ชิทิโทริ ด้านลบ”

เอ๋ มันคืออะไรครับ?

เล่นชิริโทริเฉพาะคำด้านลบเท่านั้น  อย่าง...ตัวอย่างเช่น "ใกล้ตาย"

เหนือจริงกันเลย!

ครับ บ่อยๆที่มันเป็นเรื่องดูเหนือจริงเกินไป และกลายเป็น "นี่ไม่เห็นจะติดลบนะ"  เกมก็เป็นแบบนี้ละครับ (หัวเราะ)  แต่เดิมเลย ช่วงระหว่างรอ คูมาดะ เซอะจัง บอกว่าเธอเหนื่อย เราก็เลยเล่นชิริโทริกัน   ตอนแรกมันเป็น "ชิริโทริไฮเทนชั่น" และจากอันนั้นก็เลยมาเป็น "ชิริโทริติดลบ"  ผมได้แสดงจุดแข็งเรื่องระบบเกมเลยล่ะ

บรรยากาศของการเป็นทีมอย่างนี้ได้แสดงให้เห็นในงานด้วย

ใช่ครับ  เพราะว่ามันเป็นเรื่องราวของทีม  ความไว้ใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ   แม้ว่าเราพูดประโยคที่ไม่อยู่ในสคริปต์ ก็จะมีคนตอบให้แน่นอน   ถ้าไม่มีเซนส์ของการช่วยเซฟแล้ว มันคงไปด้วยกันไม่ได้ครับ

แต่ว่านี่มันเพียงแค่ 1 อาทิตย์หลังจากการถ่ายละครเริ่มต้นเองนะ

ใช่ครับ เป็นเหตุผลว่าเราสนิทกันมาก

มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น  แต่คุณรู้สึกถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่องานได้อย่างรวดเร็ว?

เราอยากจะได้เห็นมันอย่างรวดเร็วน่ะครับ

เพราะว่ามันเกี่ยวกับการหลบหนี เลยต้องมีเซนส์เรื่องการวิ่งด้วย

เพราะเราหนีกันตลอด  เรายังอยู่ในอารมณ์ทนทุกข์อีกด้วย  หลบซ่อน และ ย้ายที่ผลุบๆโผล่ๆ  ก็จะไม่มีความรู้สึกแบบชีวิตปกติได้หรอกครับ  สิ่งที่สื่อสารออกมามันจริงจังมาก  แต่ก็เป็นความอัดแน่นทางอารมณ์ด้วยครับ

คุณได้รับอิทธิพลอย่างมากจากบรรยากาศรอบตัวละครของคุณและการทำงานหรือ?

หลังจากกลับมาที่โตเกียว  อารมณ์ผมก็เปลี่ยนด้วยนะ  แต่ตอนอยู่ที่สถานที่ถ่ายทำ มันไม่มีโมเม้นต์ที่จะกลับไปเป็นอุเอดะ ทัตสึยะ   เมื่อวานนี้ เราบินกลับมาจากถ่ายทำที่คิตะคิวชู   ที่สนามบิน ผมน่ะแฮปปี้แบบ "ถึงโตเกียวแล้ว!” (หัวเราะ)

มันแตกต่างจากตอนที่คุณเล่นละครเวที “โรมิโอกับจูเลียต”?

ตอนนั้นผมยังได้กลับบ้าน แล้วก็มีเวลาส่วนตัวอยู่นะ   แต่ตอนนั้นช่วงบทที่ทรมานก็ทำให้ผมทรมานด้วยเหมือนกันนะ  โรมิโอตายทุกวันเลยน่ะสิ!  มันยากนะครับ... ในงานนั้น ผมเล่นเป็นชาวต่างชาติ   ครั้งนี้ผมเล่นเป็นคนจริงๆ   ผมตัดผม ใส่ชุดนักโทษ  และน้ำหนักของการแสดงภายใต้สถานการณ์นี้มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน   ถูกตามล่าแบบนั้น  ผมพูดไปหลายครั้งแล้วล่ะ  แต่แม้ว่าเราถ่ายทำกันแค่ 1 อาทิตย์  มันกลับรู้สึกเหมือน 2-3 เดือนเลยครับ

ขณะที่สัมภาษณ์อยู่นี้ เรานึกจินตนาการภาพไม่ออกเลยนะครับ เมื่อดูคุณตอนนี้

จริงหรือครับ? มันก็มีบางทีด้วยเหมือนกันนะที่ผมอยากทำงานด้วยตัวเอง

ด้วยสถานการณ์แบบนี้ เมื่อคุณกลับไป KAT-TUN ยังสามารถปรับได้ทันทีไหม?

เวลาผมเจอเมมเบอร์  ผมกลับไปได้ใช่ไหม? จนกระทั่งบัดนี้ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าผมจะคิดอยากเจอเมมเบอร์คนอื่นๆ  แต่ครั้งนี้ผมคิดว่าอยากเจอจริงๆ (หัวเราะ)

โอ้!

ผมคิดจริงๆว่า “พวกเขาทำอะไรกันอยู่นะ...” (หัวเราะ)

และอยากจะบอกอะไรกับพวกเขาล่ะ?

ก็ แค่อยากจะเจอหน้าพวกเขาครับ (หัวเราะ)

อเมซิ่ง!

มันเลยเป็นว่าทำไมเหมือนกับ “ผมทรมานมากขนาดนั้นเลยหรือ?” (หัวเราะ)

แล้วได้เจอพวกเขาหลังจากกลับมาที่โตเกียวบ้างหรือยัง?

ยังไม่ได้เจอเลยครับ  คุณรู้มั้ย ตอนถ่ายนอกสถานที่ ผมคิดจะส่งเมล์ไปหาพวกเขาพร้อมๆกันด้วย แบบ "กำลังทำไรอยู่?”  แต่แล้วผมก็ไม่ได้ส่ง (หัวเราะ)

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณรู้สึกแบบนี้?

ใช่เลยครับ  สำหรับผมแล้ว KAT-TUN เป็นที่ที่ผมรู้สึกผ่อนคลายจริงๆล่ะ

มันมีบรรยากาศเข้มข้นระหว่างถ่ายทำ และผมจะเฝ้ารอคอยชมการออกอากาศของละคร   การถ่ายทำยังคงดำเนินต่อ  แล้วคุณคิดว่างานชิ้นนี้จะออกมาอย่างไรบ้าง?

เมื่อตอนแรกที่ประกาศข่าวในหนังสือพิมพ์  ผมก็คิดว่ามันเป็นละครที่น่าสนใจ  ดังนั้นแม้ว่าหากผมไม่ได้มาเข้าร่วม  มันก็เป็นละครที่ผมคิดอยากดูอยู่แล้วครับ   ความรักให้ครอบครัว  ความรักโรแมนติก  ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน  มันมีสายสัมพันธ์หลากหลายเลย  มีทั้งช่วงเข้มข้นและช่วงผ่อนคลาย และมีความมุ่งหมายในทุกส่วน   ในนี้ก็มีฉากเศร้าที่คุณจะร้องไห้ได้เลย   ในระหว่างที่ถ่ายละคร เรามีอารมณ์ร่วมถึงจริงๆ แล้วถ่ายฉากที่ต้องมีน้ำตา   อย่างไรก็ตาม เราอยากจะทำละครที่ดี    เพราะว่าการถ่ายทำยังไม่ได้จบสิ้น  เราทั้งหมดยังพูดว่า "เราอยากดูตอนที่ 1 เร็วๆจัง!”  มันทำให้คุณเกิดปฏิกิริยาอย่างนี้  และไม่ใช่ว่าผมรับบทในละครเรื่องนี้  มันเป็นละครที่ผมอยากจะดูในความเห็นส่วนตัวเลยครับ   ผมก็พูดไปหลายครั้งแล้วล่ะ แต่ ก็อยากจะดูเรื่องนี้เร็วๆจังครับ!

Translation credit :
JPN to ENG by parasol_odori http://kotoba-odori.livejournal.com/14438.html
ENG to THA by hiraikotsu

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 Links

 เว็บบอร์ด

 Forum

view